มาราธอน
0
มาลาธอนคืออะไร?
มาราธอน คือ การแข่งขันวิ่งระยะไกลบนถนนที่มีระยะทางมาตรฐานอยู่ที่ 42.195 กิโลเมตร (26 ไมล์ 385 หลา) โดยมักจัดขึ้นทั้งในรูปแบบการแข่งขันระดับนานาชาติ และในงานวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วไป
ประวัติมาลาธอน
คำว่า”มาราธอน”มาจากตำนานของPheidippides , ผู้ส่งข่าวสารชาวกรีก ตำนานกล่าวว่าเขาถูกส่งจากสนามรบในเมืองมาราธอนไปเอเธนส์เพื่อที่จะประกาศพวกเปอร์เซียได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้ที่เมืองมาราธอน (หลังจากเพิ่งรบเสร็จ) ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมหรือกันยายน, 490 BC มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่เขาวิ่งมาตลอดทั้งทางโดยไม่หยุดพักและเมื่อถึงเมืองเอเธนส์เขาก็ได้ร้องตะโกนคำว่า “νενικηκαμεν (nenikekamen)” (“เราwοn”) ก่อนที่จะล้มลงและตาย บันทึกในเรื่องของการวิ่งจาก มาราธอนไปเอเธนส์ ปรากฏครั้งแรกใน Plutarch’s On the Glory of Athens ในศตวรรษที่ 1 ซึ่งได้อ้างคำพูดจาก Heraclides Ponticus’s lost work, ได้บอกชื่อของนักวิ่งคือ Thersipus of Erchius หรือ Eucles Lucian of Samosata (ศตวรรษที่ 2 AD) ก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ แต่ชื่อของของนักวิ่งคือ Philippides (ไม่ใช่ Pheidippides)
มีข้อถกเถียงกันเกี่ยวกับความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ของตำนานนี้ นักประวัติศาสตร์กรีก Herodotus (แหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับสงครามกรีกเปอร์เซีย) อ้างว่า Pheidippides เป็นผู้ส่งสารที่วิ่งจากกรุงเอเธนส์ไปสปาร์ตาเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้ววิ่งกลับเป็นระยะทางไปกลับรอบละกว่า 240 กิโลเมตร (150 ไมล์) ในบางต้นฉบับ Herodotus บอกว่าชื่อของนักวิ่งที่วิ่งระหว่างกรุงเอเธนส์และสปาร์ตาได้รับก็คือ Philippides โดยไม่เอ่ยถึงการถึงเรื่องผู้ส่งสารจาก Marathon ไปยังเอเธนส์ แต่กล่าวถึงตอนสำคัญเกี่ยวกับกองทัพชาวเอเธนส์ว่า ได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ที่ยากลำบากและกังวลว่าอาจจะมีการโจมตีโดยกองเรือของเปอร์เซียกับกองทัพของชาวเอเธนส์ที่กำลังหมดแรงลง,จึงรีบทำการเดินทัพกลับมายังเมืองเอเธนส์, โดยเดินทางกลับมาถึงเมืองในวันเดียวกัน
ในปี 1879 โรเบิร์ตบราวนิ่งเขียนบทกวีที่ชื่อว่า Pheidippides บทกวีของบราวนิ่งเป็นบทกวีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่เรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมกำลังเป็นที่นิยม และบทกวีของเขาก็ได้รับการยอมรับในฐานะตำนานประวัติศาสตร์ฉบับหนึ่ง
ภูเขา Penteli ตั้งอยู่ระหว่างเมืองมาราธอนและเอเธนส์ซึ่งหมายความว่า ถ้า Pheidippides ได้ทำการวิ่งดังกล่าวจริงหลังจากการต่อสู้ เขาจะต้องวิ่งไปรอบ ๆ ภูเขา ไม่ว่าจะทางทิศเหนือหรือทิศใต้ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเกือบจะเหมือนพอดีกับ เส้นทางหลวงที่เชื่อมระหว่างเมืองมาราธอนทางกับเมืองเอเธนส์ในปัจจุบัน เส้นทางนี้ทอดยาวจากพื้นที่บริเวณทางทิศใต้จากอ่าว Marathon เลียบไปตามแนวชายฝั่งแล้วเลี้ยวจากทิศทางตะวันตกไปยังทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังเมืองเอเธนส์ โดยขึ้นจากเชิงเขาระหว่าง Mounts Hymettus และ Penteli แล้วลงไปยังเมืองเอเธนส์ เส้นทางนี้มีระยะทาง ประมาณ 40 กิโลเมตร (25 ไมล์) (เส้นทางนี้ยังคงมีอยู่เมื่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคได้ถูกจัดขึ้นมาในปี 1896) และเป็นระยะทางต้นกำเนิดที่ใช้สำหรับการแข่งขันวิ่งมาราธอน อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่า Pheidippides อาจจะใช้เส้นทางอื่นคือ วิ่งขึ้นลงไปตามเนินเขาทางทิศตะวันตกตามแนวทิศตะวันออกและทางตอนเหนือของภูเขา Penteli ผ่าน Dionysos และจากนั้นตรงไปทางทิศใต้ ตามเส้นทางลงเขาไปยังเมืองเอเธนส์ แม้ว่าเส้นทางนี้จะสั้นกว่าคือ 35 กิโลเมตร (22 ไมล์) แต่ต้องวิ่งไปตามทางสูงชันมากมากกว่า 5 กิโลเมตร (3.1 ไมล์)
วิธีเตรียมร่างกายและใจ
การเตรียมร่างกาย
1. ซ้อมอย่างมีแผน (Training Plan)
-
เริ่มซ้อมล่วงหน้าอย่างน้อย 12–16 สัปดาห์
-
เพิ่มระยะทางอย่างค่อยเป็นค่อยไป (หลัก 10% ต่อสัปดาห์)
-
ผสมผสานการวิ่งระยะไกล (long run), วิ่งเร็ว (interval), และการพักฟื้น (recovery run)
2. ฝึกวิ่งระยะไกล (Long Run)
-
ซ้อมวิ่งยาวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
-
ค่อยๆ เพิ่มระยะขึ้นจนถึง 30–35 กม. (ก่อนวันแข่งจริง 2–3 สัปดาห์)
-
ใช้รองเท้า/อุปกรณ์ที่จะใช้จริงในวันแข่ง
3. โภชนาการ
-
ฝึกกินเจล/อาหารเสริมระหว่างวิ่งเพื่อให้ลำไส้ชิน
-
เติมพลังงานทุกๆ 45–60 นาทีระหว่างวิ่ง
-
คาร์โบโหลด (Carbo-loading) 2–3 วันก่อนแข่ง เพิ่มปริมาณแป้ง
4. พักผ่อนให้เพียงพอ
-
นอนให้พออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมง/คืน
-
ลดความหนักในการซ้อมลง 1–2 สัปดาห์ก่อนวันแข่ง (Tapering)
5. ดูแลร่างกาย
-
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ, โฟมโรล
-
ฟังร่างกาย ถ้าเจ็บควรพัก
-
ตรวจสุขภาพก่อนลงแข่งหากมีโรคประจำตัว
การเตรียมจิตใจ
1. ตั้งเป้าหมายที่เหมาะสม
-
เป้าหมายควรเป็น SMART: ชัดเจน วัดผลได้ และเหมาะกับตัวเอง
-
แบ่งเป้าหมายเป็น 3 ระดับ:
-
A (ดีที่สุด) – เวลาที่อยากได้
-
B (พอใจ) – เวลาที่ทำได้จริงจากการซ้อม
-
C (ขั้นต่ำ) – วิ่งให้จบไม่บาดเจ็บ
-
2. ฝึกความอดทนทางใจ
-
ใช้การวิ่งระยะไกลในการฝึก “ความเหงาและความเหนื่อย” ให้สมองชิน
-
ฝึกสมาธิ (เช่น สติขณะวิ่ง หรือการหายใจ)
3. เตรียมรับมือกับ “กำแพง” (Hitting the Wall)
-
จุดที่ร่างกายหมดแรง มักเกิดที่ กม. 30–35
-
เตือนตัวเองว่าเคยฝึกมาแล้ว, หายใจลึกๆ, เดินก็ไม่เป็นไร
-
ใช้เทคนิค แบ่งระยะ (เช่น คิดแค่ว่าจะวิ่งถึงจุดให้น้ำหน้า)
4. คิดบวก และให้กำลังใจตัวเอง
-
เตรียม “คำพูดให้กำลังใจตัวเอง” ไว้ล่วงหน้า เช่น “ฉันทำได้”, “ฉันซ้อมมาแล้ว”
-
นึกถึงเหตุผลว่าทำไมถึงวิ่ง
The post มาราธอน appeared first on รีวิวกีฬา.


